ความรู้ด้านการขนส่ง
ค่าระวางขนส่งคำนวณอย่างไร: คำอธิบายเชิงปฏิบัติ
ค่าระวางขนส่งคือราคาที่สายเรือหรือผู้รับจัดการขนส่งเรียกเก็บสำหรับการเคลื่อนย้ายสินค้าจากต้นทางไปยังปลายทาง และเป็นตัวเลขที่มักถูกเข้าใจคลาดเคลื่อนมากที่สุด เพราะตัวเลขในใบเสนอราคามักไม่ใช่ตัวเลขที่ปรากฏในใบแจ้งหนี้
ความแตกต่างนี้โดยทั่วไปไม่ได้เกิดจากเจตนาปกปิด ค่าระวางทางทะเลและทางอากาศคิดจากค่าระวางพื้นฐานบวกกับค่าธรรมเนียมส่วนเพิ่มหลายรายการที่ปรับขึ้นลงเป็นอิสระจากกัน ทั้งค่าน้ำมันเชื้อเพลิง อัตราแลกเปลี่ยน ค่าภาระหน้าท่า ค่าความปลอดภัย และค่าฤดูกาลที่ความต้องการสูง อีกทั้งยังมีค่าใช้จ่ายต้นทางและปลายทางที่ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขการส่งมอบที่ตกลงกันไว้ การเข้าใจว่าองค์ประกอบเหล่านี้ประกอบกันอย่างไรคือสิ่งที่ทำให้เปรียบเทียบใบเสนอราคาสองฉบับได้อย่างตรงไปตรงมา และมองออกว่าฉบับใดตกหล่นรายการใดไป
บทความนี้จะแยกใบเสนอราคาค่าขนส่งออกเป็นองค์ประกอบย่อย อธิบายวิธีคำนวณน้ำหนักและปริมาตรที่ใช้คิดค่าระวางทั้งทางทะเลและทางอากาศ และสรุปสิ่งที่ควรขอให้ระบุ เพื่อให้ตัวเลขที่ได้รับเป็นตัวเลขเดียวกับที่ต้องจ่ายจริง
ค่าระวางขนส่งครอบคลุมอะไรบ้าง
ค่าระวางที่เสนอมาโดยทั่วไปครอบคลุมเฉพาะการขนส่งช่วงหลัก คือช่วงจากท่าเรือหรือท่าอากาศยานต้นทางไปยังท่าเรือหรือท่าอากาศยานปลายทาง ส่วนค่าใช้จ่ายก่อนหน้าและหลังจากนั้น รวมถึงค่าใช้จ่ายตามกฎระเบียบระหว่างทาง จะเรียกเก็บแยกต่างหาก เว้นแต่ใบเสนอราคาจะระบุไว้เป็นอย่างอื่น
ดังนั้น ต้นทุนค่าขนส่งที่สมบูรณ์จึงประกอบด้วยสี่ชั้น ได้แก่ ค่าระวางพื้นฐาน ค่าธรรมเนียมส่วนเพิ่มของผู้ขนส่ง ค่าใช้จ่ายท้องถิ่นที่ปลายทางแต่ละด้าน และค่าใช้จ่ายด้านศุลกากรและภาษีในการนำเข้า ส่วนที่ว่าท่านต้องรับผิดชอบชั้นใดและคู่ค้ารับผิดชอบชั้นใด ถูกกำหนดโดยเงื่อนไข Incoterms ในสัญญาซื้อขาย ไม่ใช่โดยใบเสนอราคาค่าขนส่ง
ค่าระวางพื้นฐาน และวิธีวัดปริมาณที่ใช้คิดราคา
ค่าระวางพื้นฐานคือค่าขนส่งตัวสินค้าเอง สิ่งที่ต่างกันระหว่างรูปแบบการขนส่งคือหน่วยที่ใช้คิดราคา
การขนส่งแบบเต็มตู้ (FCL)
คิดราคาต่อหนึ่งตู้ตามประเภทตู้ ไม่ว่าจะเป็นตู้ 20 ฟุต ตู้ 40 ฟุต หรือตู้ 40 ฟุตแบบสูงพิเศษ โดยไม่ขึ้นกับว่าบรรจุเต็มเพียงใด เมื่อจ่ายค่าตู้แล้ว พื้นที่ว่างมีต้นทุนเท่ากับพื้นที่ที่ใช้จริง ด้วยเหตุนี้จุดคุ้มทุนเมื่อเทียบกับการขนส่งแบบรวมตู้จึงมีความสำคัญ
การขนส่งแบบรวมตู้ (LCL)
คิดราคาต่อหน่วยระวาง (revenue ton) ซึ่งเลือกค่าที่มากกว่าระหว่างปริมาตรเป็นลูกบาศก์เมตรกับน้ำหนักเป็นเมตริกตัน เรียกว่าเกณฑ์น้ำหนักหรือปริมาตร โดยทั่วไปเขียนย่อว่า W/M โดยถือว่าหนึ่งลูกบาศก์เมตรเทียบเท่าหนึ่งเมตริกตัน สินค้าที่เบาแต่ใหญ่จึงคิดตามปริมาตร ส่วนสินค้าที่หนาแน่นคิดตามน้ำหนัก และตามปกติจะมีค่าระวางขั้นต่ำ ซึ่งมักกำหนดไว้ที่หนึ่งหน่วยระวาง
การขนส่งทางอากาศ
คิดราคาตามน้ำหนักที่ใช้คิดค่าระวาง (chargeable weight) ซึ่งเลือกค่าที่มากกว่าระหว่างน้ำหนักรวมจริงกับน้ำหนักตามปริมาตร ตัวหารปริมาตรตามมาตรฐาน IATA คือ 6,000 ลูกบาศก์เซนติเมตรต่อกิโลกรัม ดังนั้นสินค้าทางอากาศหนึ่งลูกบาศก์เมตรจึงเทียบเท่าประมาณ 167 กิโลกรัม ส่วนผู้ให้บริการขนส่งด่วนมักใช้ตัวหาร 5,000 ซึ่งทำให้ได้น้ำหนักคิดค่าระวางสูงกว่าสำหรับกล่องขนาดเดียวกัน
ตัวอย่างการคำนวณจะทำให้เห็นความต่างชัดเจนขึ้น สมมติมีพาเลท 8 ใบ แต่ละใบขนาด 120 × 100 × 110 เซนติเมตร น้ำหนักใบละ 180 กิโลกรัม
| ต่อพาเลท | ทั้งชิปเมนต์ (8 พาเลท) | |
|---|---|---|
| ปริมาตร | 1.32 ลูกบาศก์เมตร | 10.56 ลูกบาศก์เมตร |
| น้ำหนักรวมจริง | 180 กิโลกรัม | 1,440 กิโลกรัม |
| น้ำหนักตามปริมาตร (หาร 6,000) | 220 กิโลกรัม | 1,760 กิโลกรัม |
| น้ำหนักที่ใช้คิดค่าระวาง (ค่าที่มากกว่า) | 220 กิโลกรัม | 1,760 กิโลกรัม |
สินค้าชุดนี้ถูกคิดค่าระวางที่ 1,760 กิโลกรัม แม้จะมีน้ำหนักจริง 1,440 กิโลกรัม ซึ่งสูงกว่าที่ชั่งได้ร้อยละ 22 การลดความสูงของพาเลทลง 15 เซนติเมตรจะลดน้ำหนักคิดค่าระวางได้ 240 กิโลกรัมโดยไม่ต้องลดจำนวนกล่องแม้แต่กล่องเดียว ด้วยเหตุนี้การปรับขนาดการบรรจุจึงคุ้มค่าที่จะทำก่อนเจรจาค่าระวาง
ค่าธรรมเนียมส่วนเพิ่ม: เหตุใดใบแจ้งหนี้จึงมีรายการมากกว่าใบเสนอราคา
ค่าธรรมเนียมส่วนเพิ่มเกิดขึ้นเพราะต้นทุนบางส่วนของผู้ขนส่งเปลี่ยนแปลงเร็วกว่าอัตราค่าระวางตามพิกัด แทนที่จะปรับราคาทุกเส้นทางใหม่ทุกครั้งที่ราคาน้ำมันหรืออัตราแลกเปลี่ยนเปลี่ยนไป ผู้ขนส่งจึงแยกองค์ประกอบเหล่านี้ออกมาและปรับตามรอบของตนเอง รายการที่พบบ่อยที่สุดในการนำเข้าและส่งออกของไทยมีดังนี้
- BAF
- ค่าปรับราคาน้ำมันเชื้อเพลิง อ้างอิงดัชนีราคาน้ำมันเตาและปรับตามรอบของผู้ขนส่งเอง โดยทั่วไปเป็นรายเดือนหรือรายไตรมาส
- LSS
- ค่าน้ำมันกำมะถันต่ำ คือต้นทุนส่วนเพิ่มของน้ำมันเชื้อเพลิงกำมะถันต่ำตามข้อกำหนด ใช้กับเส้นทางที่ผ่านเขตควบคุมการปล่อยมลพิษ
- CAF
- ค่าปรับอัตราแลกเปลี่ยน ครอบคลุมความเคลื่อนไหวระหว่างสกุลเงินตามพิกัดของผู้ขนส่ง ซึ่งมักเป็นดอลลาร์สหรัฐ กับสกุลเงินของค่าใช้จ่ายท้องถิ่น
- THC
- ค่าภาระหน้าท่า คือต้นทุนของท่าเรือในการเคลื่อนย้ายตู้สินค้าบริเวณหน้าท่า เรียกเก็บแยกกันทั้งต้นทางและปลายทาง และค่าภาระหน้าท่าปลายทางมักไม่รวมอยู่ในใบเสนอราคาค่าระวางทางทะเล
- ISPS
- ค่าธรรมเนียมรักษาความปลอดภัยของท่าเรือและเรือ ตามประมวลข้อบังคับว่าด้วยการรักษาความปลอดภัยของเรือและท่าเรือระหว่างประเทศ
- PSS
- ค่าธรรมเนียมช่วงฤดูกาลที่มีความต้องการสูง เรียกเก็บเมื่อความต้องการระวางมากกว่าความสามารถในการรองรับของเส้นทางนั้น โดยทั่วไปในช่วงพีคตามฤดูกาลที่ทราบล่วงหน้า
- GRI
- การปรับขึ้นอัตราค่าระวางทั้งพิกัด ซึ่งผู้ขนส่งประกาศสำหรับเส้นทางการค้าหนึ่ง ๆ โดยปกติแจ้งล่วงหน้าไม่กี่สัปดาห์
- CIC
- ค่าปรับสมดุลตู้สินค้า คือต้นทุนในการเคลื่อนย้ายตู้เปล่ากลับไปยังพื้นที่ที่มีความต้องการ
- DOC
- ค่าธรรมเนียมเอกสาร สำหรับการออกใบตราส่งและเอกสารที่เกี่ยวข้อง เรียกเก็บทั้งสองปลายทางในเส้นทางส่วนใหญ่
ยังมีรายการอื่นที่เรียกเก็บตามสถานการณ์ เช่น ค่าธรรมเนียมความแออัดของท่าเรือที่มีปริมาณงานสูง ค่าเบี้ยประกันภัยความเสี่ยงภัยสงครามในเส้นทางที่ได้รับผลกระทบ ค่าผ่านคลอง และค่าธรรมเนียมการยื่นบัญชีสินค้าล่วงหน้าในเส้นทางที่กำหนดให้ต้องยื่น
ค่าใช้จ่ายที่ไม่ได้อยู่ในรายการค่าระวางเลย
แม้จะเป็นค่าระวางที่ครบถ้วนและระบุค่าธรรมเนียมส่วนเพิ่มทุกรายการแล้ว ก็ยังไม่รวมค่าใช้จ่ายท้องถิ่นที่ปลายทางแต่ละด้าน สำหรับการนำเข้ามายังประเทศไทย โดยทั่วไปประกอบด้วย
- ต้นทาง: การผ่านพิธีการศุลกากรขาออก ค่าขนส่งไปยังท่าเรือ ค่าบรรจุตู้หรือค่าดำเนินการที่สถานีบรรจุและแยกสินค้า ค่ารมยาหรืออบความร้อนในกรณีที่กำหนด และการสำแดงน้ำหนักรวมที่ผ่านการรับรอง
- ปลายทาง: การยื่นใบขนสินค้าขาเข้า อากรขาเข้าและภาษีมูลค่าเพิ่ม ค่าภาระหน้าท่า ค่าใบปล่อยสินค้า เงินมัดจำตู้ และค่าขนส่งไปยังปลายทางสุดท้าย
- ค่าใช้จ่ายตามเวลา: ค่าจัดเก็บที่ท่าเรือ ค่าเสียเวลาตู้ภายในท่า และค่าปรับคืนตู้ล่าช้าเมื่อนำตู้ออกนอกท่า ซึ่งเป็นวิธีที่เร็วที่สุดที่จะทำให้ค่าระวางถูก ๆ กลายเป็นการขนส่งที่แพง
- ค่าประกันภัยสินค้า ซึ่งโดยปกติคิดจากมูลค่า CIF บวกส่วนเพิ่มตามที่ตกลงกัน
Incoterms เป็นตัวกำหนดว่าใครจ่ายค่าใช้จ่ายชั้นใด
ค่าระวางที่ไม่ได้ระบุเงื่อนไขการส่งมอบไม่สามารถนำไปเปรียบเทียบกับสิ่งใดได้ Incoterms 2020 กำหนดการแบ่งภาระค่าใช้จ่ายและความเสี่ยงระหว่างผู้ขายกับผู้ซื้อ ใบเสนอราคาสองฉบับที่ใช้คนละเงื่อนไขอาจต่างกันมาก ทั้งที่อธิบายการเคลื่อนย้ายสินค้าชุดเดียวกัน เมื่อพิจารณาเฉพาะด้านค่าใช้จ่าย เงื่อนไขที่ใช้กันทั่วไปแบ่งภาระดังนี้
| ค่าใช้จ่าย | EXW | FOB | CIF | DAP | DDP |
|---|---|---|---|---|---|
| พิธีการศุลกากรขาออกและค่าขนส่งไปยังท่าเรือ | ผู้ซื้อ | ผู้ขาย | ผู้ขาย | ผู้ขาย | ผู้ขาย |
| ค่าภาระหน้าท่าต้นทาง | ผู้ซื้อ | ผู้ขาย | ผู้ขาย | ผู้ขาย | ผู้ขาย |
| ค่าระวางช่วงหลัก (ทางทะเลหรือทางอากาศ) | ผู้ซื้อ | ผู้ซื้อ | ผู้ขาย | ผู้ขาย | ผู้ขาย |
| ค่าประกันภัยสินค้า | ผู้ซื้อ (ไม่บังคับ) | ผู้ซื้อ (ไม่บังคับ) | ผู้ขาย (ขั้นต่ำ) | ผู้ขาย (ไม่บังคับ) | ผู้ขาย (ไม่บังคับ) |
| ค่าภาระหน้าท่าปลายทาง | ผู้ซื้อ | ผู้ซื้อ | ผู้ซื้อ | ผู้ขาย | ผู้ขาย |
| พิธีการนำเข้า อากร และภาษีมูลค่าเพิ่ม | ผู้ซื้อ | ผู้ซื้อ | ผู้ซื้อ | ผู้ซื้อ | ผู้ขาย |
| ค่าขนส่งถึงที่อยู่ปลายทางสุดท้าย | ผู้ซื้อ | ผู้ซื้อ | ผู้ซื้อ | ผู้ขาย | ผู้ขาย |
วิธีให้ได้ค่าระวางที่ดีขึ้น และเปรียบเทียบได้จริง
ค่าระวางเป็นเรื่องที่ต่อรองได้ แต่อำนาจต่อรองส่วนใหญ่มาจากการให้ข้อมูลที่ทำให้เสนอราคาได้แม่นยำ มากกว่าการต่อรองราคาเพียงอย่างเดียว
- ให้ข้อมูลสินค้าครบถ้วนตั้งแต่ต้น ทั้งชนิดสินค้าและพิกัดศุลกากร ขนาดและน้ำหนักที่แน่นอนต่อหีบห่อ ความสามารถในการวางซ้อน สินค้าเป็นวัตถุอันตรายหรือไม่ ข้อกำหนดด้านอุณหภูมิ วันที่สินค้าพร้อมส่ง และเงื่อนไขการส่งมอบ คำขอราคาที่ให้ข้อมูลคลุมเครือจะได้ราคาที่บวกเผื่อไว้ เพราะผู้รับจัดการขนส่งต้องตั้งราคาเผื่อความไม่แน่นอนควบคู่ไปกับค่าขนส่ง
- ผูกพันปริมาณเมื่อมีปริมาณจริง อัตราตามสัญญาที่ผูกกับปริมาณขั้นต่ำแลกมาด้วยความมั่นคงของราคา ซึ่งเมื่อคิดตลอดทั้งปีมักมีมูลค่ามากกว่าราคาตลาดจรที่ต่ำที่สุดในเดือนที่ตลาดเอื้ออำนวย
- วางแผนหลบช่วงพีคที่ทราบล่วงหน้าแทนการฝ่าเข้าไป ทั้งช่วงเร่งส่งก่อนตรุษจีน ช่วงโรงงานหยุดยาวรอบตรุษจีน และช่วงเร่งส่งก่อนเทศกาลปลายปีในเส้นทางฝั่งตะวันตกครึ่งปีหลัง การจองล่วงหน้ามีต้นทุนต่ำกว่าค่าธรรมเนียมช่วงพีคบวกกับการถูกเลื่อนตู้
- หาจุดคุ้มทุนระหว่าง LCL กับ FCL ของท่าน และตรวจสอบเป็นระยะ มีปริมาณหนึ่งที่การใช้ตู้เต็มถูกกว่าการรวมตู้ และจุดนั้นเปลี่ยนไปตามภาวะตลาด จึงควรสอบถามผู้รับจัดการขนส่งว่าปัจจุบันจุดคุ้มทุนของเส้นทางท่านอยู่ที่เท่าใด
- เปรียบเทียบใบเสนอราคาบนเงื่อนไข Incoterms เดียวกัน อายุใบเสนอราคาเท่ากัน รายการที่รวมเหมือนกัน และระยะเวลาปลอดค่าปรับเท่ากัน ค่าระวางสองรายการที่ต่างกันไม่กี่เปอร์เซ็นต์แต่ต่างกันหนึ่งสัปดาห์ในเรื่องระยะเวลาปลอดค่าปรับ ไม่ใช่ราคาที่ใกล้เคียงกัน
- สอบถามเรื่องระยะเวลาปลอดค่าปรับให้ชัดเจน จำนวนวันปลอดค่าเสียเวลาตู้และค่าปรับคืนตู้ล่าช้าที่เพิ่มขึ้นมักมีมูลค่ามากกว่าส่วนต่างของค่าระวาง โดยเฉพาะกับสินค้าที่ต้องผ่านการตรวจ
สรุป
การเข้าใจโครงสร้างของค่าระวางให้ประโยชน์สองประการ ประการแรกคือทำให้ทราบว่าส่วนใดของใบเสนอราคาต่อรองได้จริง และส่วนใดเป็นเพียงการส่งผ่านต้นทุน ประการที่สองคือทำให้ตรวจสอบตัวเลขที่ต่ำผิดปกติได้ง่ายขึ้น เพราะค่าระวางที่ต่ำกว่าตลาดมากมักมีค่าใช้จ่ายบางรายการซุกอยู่นอกใบเสนอราคาเสมอ
หากท่านมีแผนการขนส่งที่กำลังจะเกิดขึ้น และต้องการใบเสนอราคาแบบรวมทุกรายการที่โปร่งใส ระบุค่าใช้จ่ายทุกรายการบนเงื่อนไข Incoterms ที่ชัดเจน เวิลด์ลิงค์ ชิปปิ้ง ยินดีจัดทำให้ รวมถึงส่วนของพิธีการศุลกากรและภาษีอากร ซึ่งเราดำเนินการเองในฐานะตัวแทนออกของที่ได้รับอนุญาต